ทำไม Server ล่ม? จาก "เครื่องเดียวเสียวทั้งบริษัท" สู่โครงสร้าง 3-Tier ที่มืออาชีพเขาทำกัน

Admin
Admin Published on · 5 min read
ทำไม Server ล่ม? จาก "เครื่องเดียวเสียวทั้งบริษัท" สู่โครงสร้าง 3-Tier ที่มืออาชีพเขาทำกัน
ทำไม Server ล่ม? จาก "เครื่องเดียวเสียวทั้งบริษัท" สู่โครงสร้าง 3-Tier ที่มืออาชีพเขาทำกัน

เชื่อไหมครับว่า ปัญหาคลาสสิกที่หลายองค์กรเจอตอนกำลัง Scale ไม่ใช่เรื่อง Code เขียนไม่ดี แต่เป็นเรื่อง "วางโครงสร้างผิด"
ในช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ หรือช่วง Startups การที่เราซื้อ Cloud Server มา 1 เครื่อง หรือเซิร์ฟเวอร์แบบ On-Premise ขององค์กรเอง แล้วยัดทุกอย่างลงไป ไม่ว่าจะเป็น Nginx, Node.js/PHP, Database, Cron Job เพื่อความประหยัดและดูแลง่าย นั่นคือสิ่งที่ "ถูกต้อง" แล้วครับสำหรับการเริ่มต้น
แต่เมื่อธุรกิจโต User เริ่มเยอะ สิ่งที่เคยเป็น "ความง่าย" จะกลายเป็น "ระเบิดเวลา" ทันที ปัญหาสุดฮิตที่ตามมาคือ:
  • Static Files (รูป/เว็บ) โหลดช้า เพราะ CPU มัวแต่ไปประมวลผล Logic
  • คนแย่งกัน Query Database จนเครื่องค้าง พาลทำให้หน้าเว็บเข้าไม่ได้ไปด้วย
  • พอจะขยายเครื่อง (Scale) ก็ทำยาก เพราะทุกอย่างผูกติดกันเป็นก้อนเดียว
นี่คือที่มาของคำว่า "พังทีเดียว พังทั้งบริษัท"

3-Tier Architecture หรือการ "แยกบ้าน" ให้ระบบของเราเสถียรขึ้น ปลอดภัยขึ้น แบบที่องค์กรใหญ่เขาทำกันครับ

เปลี่ยนจาก "ห้องเช่ารวม" เป็น "โรงงานที่มีระบบ"
ลองจินตนาการว่า Server ของคุณคือ "โรงงานผลิตสินค้า" ถ้าเราใช้ Server เครื่องเดียว (All-in-One) ก็เหมือนเราเอา พนักงานต้อนรับ (Web Server), ฝ่ายผลิต (App Server) และ โกดังเก็บของ (Database) ไปแออัดอยู่ในห้องเดียวกัน พอลูกค้าแห่กันเข้ามา พนักงานต้อนรับก็ไม่มีที่ยืน ฝ่ายผลิตก็เดินชนโกดัง สุดท้ายงานสะดุด

วิธีแก้คือ แยก 3 ส่วนนี้ออกจากกัน โดยให้เชื่อมต่อกันผ่านสาย LAN ภายในโรงงานครับ
1. Server 1: The Receptionist (Web Server)
หน้าที่: เป็นหน้าด่าน รับแขก (User) จาก Internet นี่คือที่อยู่ของ Nginx หรือ Apache ครับ หน้าที่คือรับ Request จัดการเรื่อง HTTPS และส่งไฟล์ Static (รูปภาพ, CSS) ให้ลูกค้า
  • ถ้าแยกออกมา: ต่อให้ App ทำงานหนักแค่ไหน หน้าเว็บก็ยังโหลดขึ้น ยังโชว์หน้า "Please Wait" ได้ ไม่ใช่ตายสนิท
2. Server 2: The Factory Line (Application Server)
หน้าที่: มันสมองของระบบ (Logic) นี่คือที่อยู่ของ Code ภาษาต่างๆ (Node.js, Python, PHP, Java)
  • ความลับ: เครื่องนี้จะไม่คุยกับคนนอกโดยตรง (ไม่มี Public IP ก็ได้) มันจะรอรับคำสั่งจาก "พนักงานต้อนรับ" (Server 1) เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย
3. Server 3: The Warehouse (Database Server)
หน้าที่: คลังสมบัติ (Data) นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดและควรแยกออกไปเป็นเอกเทศ (เช่น MySQL, PostgreSQL)
  • ความปลอดภัย: เครื่องนี้ต้องถูกขังอยู่ในห้องนิรภัย (Private Network) ห้ามต่อเน็ต ห้ามใครเข้ามายุ่งนอกจาก Server 2 เท่านั้น

🔗 แล้วเขาคุยกันยังไง? (The Connection Map)
หลายคนสับสนว่า “พอแยกเครื่องแล้ว ฉันจะตั้งค่าตรงไหน? ไฟล์ .env อยู่ที่ใคร?” ดูภาพนี้จะเข้าใจทันทีครับ:

USER (คนใช้งาน)
│
▼
SERVER 1 (Web Server) 
[Config: nginx.conf]
│ "สวัสดีครับ เชิญทางนี้" 
│ -> ส่งงานต่อ (Proxy Pass) ไปที่ 192.168.1.20
│
▼
SERVER 2 (App Server)
[Config: .env]
│ "รับทราบครับ เดี๋ยวประมวลผลให้"
│ -> อ่านค่า DB_HOST ใน .env ว่าต้องไปเอาของที่ 192.168.1.30
│
▼
SERVER 3 (Database)
[Config: Firewall]
│ "ขอดูบัตรหน่อย... โอเค มาจาก Server 2 เข้ามาได้"

จุดสำคัญที่ต้องจำ:
  1. nginx.conf (อยู่ที่ Server 1): รู้แค่ IP ปลายทางของ App Server เพื่อโยนงานไปให้
  2. .env (อยู่ที่ Server 2): เก็บความลับทั้งหมด เช่น รหัสผ่าน Database และ IP ของ Database Server (Server 1 ไม่จำเป็นต้องรู้อันนี้)
  3. Database (Server 3): ไม่ต้องรู้อะไรเลย แค่เปิดประตูรอรับ Server 2 ก็พอ  แต่ไม่ได้อยู่บน Public Internet .

🚀 สรุป: คุ้มไหมที่จะแยก?
การทำ 3-Tier Architecture อาจจะดูยุ่งยากตอนตั้งค่าครั้งแรก และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น (เพราะองค์กรต้องซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หรือ เช่า Server หรือ Cloud Instance เพิ่ม) แต่สิ่งที่แลกมาคือความคุ้มค่าในระยะยาว:
  • Security: Database ปลอดภัยมาก เพราะไม่ต่อ Internet โดยตรง
  • Performance: จูนแยกส่วนได้ DB ช้าก็อัด RAM ที่ DB, เว็บช้าก็เพิ่ม Web Server
  • Stability: ถ้า App ล่ม หน้าเว็บยังขึ้น Error สวยๆ ได้ หรือถ้า DB ล่ม App ก็ยังแจ้งเตือนได้ ระบบไม่ตายไปทั้งหมด
ถ้าวันนี้ระบบของคุณเริ่ม "อืด" หรือ "ล่ม" บ่อยๆ ลองหันกลับมาดู Infrastructure ของคุณดูครับ บางทีโค้ดอาจจะไม่ได้ผิด แต่บ้านมันแค่ "คับแคบ" ไปแล้วก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม TradOff คือพื้นฐานอยู่ที่จำนวนผู้ใช้งานและนโยบายความปลอดภัยขององค์กรประกอบการพิจารณาด้วย
Admin

Admin Author

Technical Writers & Engineers at 24Framework. Passionate about clean code, scalable architecture, and building the future.

Back to All News