Gemini 3 Deep Think โมเดลเน้นใช้งานจริงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

Admin
Admin Published on · 5 min read Audio
Gemini 3 Deep Think โมเดลเน้นใช้งานจริงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
AUDIO Listen to this article
00:00 00:00
Audio player for article: Gemini 3 Deep Think โมเดลเน้นใช้งานจริงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
สัปดาห์เดือดวงการ AI! สรุป 3 ยักษ์ใหญ่ (Google, Claude, OpenAI) ปล่อยของพร้อมกัน ใครเจ๋งเรื่องอะไร มามุงกันตรงนี้!
สัปดาห์ที่ผ่านมาใครตามข่าว AI ทันบ้างครับ? ยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 เจ้าอย่าง Google, Anthropic และ OpenAI เหมือนนัดกันมาถล่มวงการ ปล่อยของใหญ่ออกมาพร้อมกันแบบไม่มีใครยอมใคร

ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเรากำลังกระโดดข้ามไปอีกยุคหนึ่งเลยครับ เหมือนทุกคนซุ่มทำของกันมานานแล้วกะจังหวะปล่อยตูมเดียว วันนี้ผมเลยอาสาจับเอาข่าวใหญ่ๆ พวกนี้มาต่อจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพชัดๆ ว่า "อนาคต" ที่ว่านั้น หน้าตาเป็นยังไงครับ

1. Google Gemini 3 Deep Think: เมื่อ AI กลายเป็น "นักวิทยาศาสตร์"
เริ่มที่ Google ที่รอบนี้มาในมาดขรึมและลึกซึ้งครับ กับการอัปเกรด Gemini 3 Deep Think (12 ก.พ. 2026)

  • ไม่ได้ทำมาแค่ปั่นคะแนน: Google บอกชัดเจนว่ารอบนี้ไม่ได้เน้นคะแนนสวยๆ แต่เน้นใช้งานจริงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ครับ ถึงขนาดร่วมมือกับนักวิจัยจริงๆ เพื่อแก้โจทย์ที่ยากและซับซ้อน เช่น การหาช่องโหว่ทางตรรกะคณิตศาสตร์ หรือช่วยปรับปรุงผลึก Semiconductor

  • ฉลาดแบบยืดหยุ่น: คะแนนทดสอบ ARC-AGI-2 พุ่งไปถึง 84.6% แปลว่ามันไม่ได้แค่ท่องจำเก่ง แต่มี "ไหวพริบ" ในการแก้ปัญหา (ระดับ Grandmaster หมากรุกเลยทีเดียว)

  • ฟีเจอร์ล้ำๆ: ที่ว้าวมากคือมันเปลี่ยนภาพ Sketch บนกระดาษให้กลายเป็นไฟล์ 3D Print ได้เลย และมี "Vibe Coding" ที่เราแค่บอก Mood & Tone ที่ต้องการ AI ก็เขียนโค้ดออกมาให้ได้ตามความรู้สึกนั้น

2. Claude Opus 4.6: "เพื่อนร่วมงาน" มือโปร ความจำดีไม่มีลืม
ข้ามมาที่ฝั่ง Anthropic กับ Claude Opus 4.6 ที่วางตัวเองเป็นเครื่องมือสำหรับคนทำงานมืออาชีพโดยเฉพาะ

  • ความจำระดับช้างสาร: ไฮไลท์คือ Context Window 1 ล้าน Token! เปรียบเทียบง่ายๆ คือจำเนื้อหาหนังสือสงครามและสันติภาพ 2 เล่มต่อกันได้สบายๆ หมดปัญหาคุยๆ ไปแล้ว AI ลืมเรื่องที่คุยตอนต้น (Context Rot)

  • นักพัฒนาสั่งได้ดั่งใจ: มีปุ่มปรับ "Effort Controls" 4 ระดับ (Low ถึง Max) งานง่ายๆ ก็ปรับ Low ให้ประหยัด งานละเอียดอย่างการแพทย์ก็ปรับ Max ได้

  • ทำงานเป็นทีม: ฟีเจอร์ Agent Teams นี่สุดยอดครับ คือเราสามารถสร้าง AI หลายตัวมาช่วยกันทำงานเหมือนทีมลูกน้อง (Junior Devs) ที่ช่วยเคลียร์งาน GitHub Issues ของทั้งบริษัทได้เลย

3. GPT-5.3 Codex: เมื่อ AI เริ่ม "สร้างตัวเอง"
ปิดท้ายด้วย OpenAI ที่เปิดตัว GPT-5.3 Codex ซึ่งพล็อตเรื่องเหมือนหนัง Sci-Fi เข้าไปทุกที

  • AI สร้าง AI: ทีมงานบอกว่าในกระบวนการพัฒนา เขาใช้ AI รุ่นทดลองมาช่วย Debug, Deploy และวิเคราะห์ผลลัพธ์เพื่อสร้างรุ่นนี้ขึ้นมา เหมือน AI กำลังเร่งวิวัฒนาการตัวเองครับ

  • เก่งจนน่ากลัว: รุ่นนี้ถูกจัดอยู่ในระดับ "High Capability" ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ คือเก่งเรื่องหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์มาก จนต้องจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง (Trusted Access) เฉพาะนักวิจัยที่เชื่อถือได้เท่านั้น

  • สร้างเกมได้เอง: โชว์เหนือด้วยการสร้างเกมบนเว็บได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังทำหน้าที่เป็น Project Manager คอยแก้บั๊กและปรับปรุงเกมตามที่เราสั่งได้เอง

บทสรุป: โลกกำลังเปลี่ยนไปทางไหน?
จากการเคลื่อนไหวของทั้ง 3 ค่าย เราเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนมากๆ อยู่ 2-3 อย่างครับ:
จาก Chatbot สู่ Agentic: เรากำลังเลิกถาม AI ว่า "ร้านไหนอร่อย" แต่จะสั่งมันว่า "จองร้านอาหารให้หน่อย แล้วส่งเมลชวนเพื่อนให้ด้วย" แล้วมันจะจัดการให้จนจบกระบวนการ

  1. เส้นแบ่งนักพัฒนาจางลง: การสร้างแอปฯ หรือเกมในอนาคต อาจไม่ต้องเขียนโค้ดเอง แต่ใช้ "ภาษาพูด" สั่งให้ AI ทำให้แทน

  2. ทีมงาน AI: อนาคตเราอาจไม่ได้ทำงานกับ AI แค่ตัวเดียว แต่เราจะเป็นคนคุม "ทีม AI" (เช่น ตัวหนึ่งเก่งชีวะ อีกตัวเก่งวิเคราะห์ข้อมูล) ให้พวกมันคุยกันเองและทำงานร่วมกันเพื่อแก้โจทย์ยากๆ

เตรียมตัวกันให้พร้อมนะครับ เพราะดูเหมือนยุคสมัยที่ AI เป็นแค่ "ผู้ช่วย" กำลังจะจบลง และยุคที่ AI เป็น "เพื่อนร่วมงาน" (หรือแม้แต่คนทำระบบ) กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

เอาละ มาสรุปกันสำหรับชาว DEV โปรแกรมเมอร์ นักพัฒนาซอฟแวร์ทั้งหลาย
 
1. สายวิจัย & แก้โจทย์หิน (The Genius) 

"ต้องการคนหัวกะทิ มาช่วยคิดสูตรลับ หรือแก้บั๊กตรรกะที่มนุษย์มองไม่เห็น"

  • ต้องเลือก: Gemini 3 Deep Think

  • จุดเด่น: เหมือนจ้างนักคณิตศาสตร์หรือนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกมานั่งข้างๆ เหมาะกับงาน R&D, งานคำนวณซับซ้อน หรือการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่ต้องการความแม่นยำทางตรรกะสูงสุด

2. สายลุย & ปั่นโปรเจกต์ (The Builder) 

"ต้องการ Full-stack ฝีมือดี มาช่วยเสกแอปฯ สร้างเกม หรือรันคำสั่ง Terminal ให้เสร็จไวๆ"

  • ต้องเลือก: GPT-5.3-Codex

  • จุดเด่น: เหมือนมี Dev ขาลุยที่พร้อมทำงานถวายหัว สั่งปุ๊บทำปั๊บ สร้าง Prototype ได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ เหมาะกับ Startup หรือโปรเจกต์ที่ต้องการความรวดเร็วและเห็นผลลัพธ์ทันที

3. สายบริหาร & คุมงานละเอียด (The Manager) 

"ต้องการ Tech Lead รุ่นเก๋า มาช่วยดูภาพรวม จำรายละเอียดโปรเจกต์ได้แม่นยำ และแจกงานลูกทีม"

  • ต้องเลือก: Claude Opus 4.6

  • จุดเด่น: เหมือนมี Senior Developer ที่รอบคอบและใจเย็น คอยรีวิวโค้ด จัดการเอกสารกองโต และคุมทีม AI ย่อยๆ ให้ทำงานประสานกันได้โดยไม่หลุดประเด็น



Admin

Admin Author

Technical Writers & Engineers at 24Framework. Passionate about clean code, scalable architecture, and building the future.

Back to All News